วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เมนูเพื่อสุขภาพ



เมนูสุขภาพ



ข้าวผัดนานาชนิด..
ข้าวผัดกระเพรานานาชนิด....เป็นอาหารที่ทุกคนมักจะรู้จัก เเละคุ้นเคยอย่างดี สาเหตุส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ เป็นอาหารที่ปรุงง่าย ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากมายนักเเถวมรสชาติยังอร่อย นอกจากนี้มีงานวิจัยหลายขิ้นระบุว่ากะเพรา มีฤิทธิ์ในการลดน้ำคาบในเลือด เเละลดไขมันได้ด้วยนะคะ 










"เจียวไข่ใส่ใบเหมียง"
 ไข่เจียว เมนูยอดฮิตเพราะคิดอะไรไม่ออกก็ขอไข่เจียว เมื่อกินกันบ่อยๆ น่าจะเติมคุณค่าให้เมนูนี้ เช่นการใส่ผักเพิ่มเข้าไป 'มุมสุขภาพ' แนะให้ลองใส่ 'ผักเหมียง' ซึ่งเป็นผักที่พบได้ในภาคใต้ของบ้านเรา อาจฟังไม่คุ้นหูถ้าไม่ใช่คนใต้ ประกอบกับมีชื่อเรียกหลายชื่อ ทั้งผักเหรียง ผักเขรียง ผักเหลียง ส่วนมากนิยมนำส่วนของใบ     มาปรุงอาหาร หากอยู่ในพื้นที่อื่นๆ แต่อยากลิ้มลองใบเหมียง ลองถามร้านอาหารปักษ์ใต้ดู "ใบเหมียง" มีเบต้าแคโรทีนสูง โดยเบต้าแคโรทีนนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ให้สรรพคุณบำรุงสายตา แถมผักเหมียงยังช่วยแก้กระหายน้ำ ทำให้รู้สึกสดชื่นด้วย








มะเขือเทศผัดไข่ไก่
สำหรับคนที่มีอาการร้อนในบ่อย ๆ ลองทำทานกันนะคะ
สรรพคุณ...
"แก้ร้อนใน บำรุงยิน ช่วยให้ชุ่มคอ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคตับที่มีอาการเบื่ออาหาร กระหายน้ำในเวลากลางคืน หลับไม่สนิท"












"ยำสาหร่ายเย็น"

คุณค่าจากสาหร่ายทะเล
สาหร่ายทะเลมีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการอยู่ 18 ชนิด เช่น แคลเซียม เหล็ก ไอโอดีน แมกนีเซียม และโซเดียมแต่ที่มีมากและมีความสำคัญต่อร่างกายมีอยู่ 5 ชนิด ได้แก่
1. ไอโอดีนถ้าร่างกายได้รับไอโอดีนในปริมาณเล็กน้อยต่อวันก็สามารถช่วยป้องกันโรคคอพอกได้
2. ธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล รวมทั้งบำรุงเส้นผมให้ดกดำเป็นมันเงางามมากขึ้น
3. ทองแดง ทำหน้าที่ดูดซึมธาตุเหล็กและสร้างฮีโมโกลบินที่ไขกระดูก หากร่างกายขาดธาตุนี้จะทำให้เป็นโรคโลหิตจางและผมร่วงง่าย
4. สังกะสี เป็นส่วนประกอบของเอนไซม์หลายชนิดในร่างกาย ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
5. ใยอาหาร ช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระ ทำให้ท้องไม่ผูก และเร่งการขับถ่ายสารพิษต่างๆ 
ในทางเดินอาหาร
แต่อย่างไรก็ดี เราควรรับประทานสาหร่ายในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะในสาหร่ายมีปริมาณโซเดียมสูง ผู้ที่เป็นโรคไตและความดันโลหิตสูงจึงควรระวัง









น้ำพริกตาเเดง

มหิดล "วิจัยพบ "น้ำพริกตาแดง" ...พร้อมสูตร "น้ำพริกตาแดง"มีสารต้าน"
มะเร็ง-เบาหวาน-ความดัน-หัวใจ

นักโภชนาการมหิดลเผยวิจัยพบสารต้านอนุมูลอิสระใน "น้ำพริกตาแดง" ชี้กินเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงเป็น "มะเร็ง-เบาหวาน-หัวใจ-ความดันโลหิต"ได้เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นายเอกราช เกตวัลห์ นักวิชาการประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า "อาหารไทยถือว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารหลากหลาย โดยเฉพาะน้ำพริกประเภทต่าง ๆ" ซึ่งเป็นอาหารติดบ้านเรือนของคนไทยทั้งนี้ ที่ผ่านมา ได้มีการวิจัยคุณค่าทางอาหารในน้ำพริกตาแดง พบว่า เป็นน้ำพริกที่มีส่วนประกอบจากเครื่องเทศและสมุนไพรสดหลายชนิด ซึ่งล้วนมีสารสำคัญที่ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็ง และโรคเรื้อรังต่าง ๆ

จากผลการวิจัย นายเอกราชกล่าวว่า สรุปได้ว่า น้ำพริกตาแดงประกอบด้วยสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่สามารถต้านอนุมูลอิสระทั้งในหลอดทดลอง และในร่างกายของหนู นอกจากนี้ ยังสามารถลดการอักเสบจากการได้รับควันบุหรี่อีกด้วย


ดังนั้น หากมีการบริโภคน้ำพริกตาแดงเป็นประจำ อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็ง และโรคเรื้อรังต่างๆ ที่เกิดจากสารอนุมูลอิสระได้ อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิต หัวใจและหลอดเลือด ฯลฯ












"มิโซะ ซุป"

มิโซะชิหรุ ( Miso shiru ) หรือ ซุปเต้าเจี้ยว เป็นอาหารที่มีเครื่องปรุงที่ทำมาจาก มิโซะ- Miso (เต้าเจี้ยว) ซึ่ง มิโซะ ได้มาจากการแปรรูปอย่างหนึ่งของถั่วเหลืองโดยใช้วิธีการหมัก ทำให้สามารถเก็บไว้ได้นานและคุณค่าทางอาหารไม่เปลี่ยน มีคุณค่าทางโภชนาการและโปรตีนสูง มีรสชาติคล้ายสารสกัดจากเนื้อสัตว์ จึงใช้เป็นเครื่องปรุงอาหารสำหรับคนที่หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์เป็นอย่างดี (เหมาะสำหรับคนทานเจ) 
มิโซะยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการถึง 17 ชนิด มีสารชูรสและกลิ่นหอม สารที่ว่านี้ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในระหว่างการหมัก ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายและไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด คนญี่ปุ่นมักนำมิโซะมาใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารหลากหลายชนิด ซึ่งนอกเหนือจากจะทำให้อาหารได้รสชาติดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการเพิ่มโปรตีนในอาหารอีกด้วย
มิโซะมีโปรตีน เนื่องจากในถั่วเหลืองมีโปรตีนมากที่สุด แต่เป็นโปรตีนที่ไม่สมบูรณ์เนื่องจากขาดกรดอะมิโนที่จำเป็นบางตัว คือเมทไทออนีนและซีสตีนสูง แต่ไลซีนต่ำ ถ้าคิดเทียบน้ำหนักกับอาหารประเภทอื่น ๆ จะพบว่ามีปริมาณโปรตีนสูง เช่น สูงกว่าเนื้อสัตว์ 2 เท่า สูงกว่าไข่ไก่และข้าวสาลี 4 เท่า สูงกว่าขนมปัง 5-6 เท่า และสูงกว่านมวัว 12 เท่า
ถั่วเหลืองอุดมไปด้วยเกลือแร่ เหล็ก และโพแทสเซียม ซึ่งช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูก และที่สำคัญคือ ธาตุเหล็กช่วยในการบำรุงโลหิต ถั่วเหลืองยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ ,บี 1, บี 2 ,ดี, อี, เค และไนอะซีน จะพบเหลืองมีวิตามินบี 2 มากกว่าพืชอื่น ๆ นอกจากนี้ยังพบว่าถั่วเหลือง ประกอบด้วยไบโอติน โคลิน และอิโนซิทอล ที่ทำหน้าที่คล้ายวิตามินด้วย
เหตุผลดี ๆ ที่เราควรกินมิโซะมีดังต่อไปนี้
1. กระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร เมื่อกระเพาะเริ่มหลั่งน้ำย่อย สมองจะกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกหิว จึงช่วยเพิ่มความอยากอาหารได้มากขึ้น
2.กระตุ้นการย่อยและดูดซึมอาหาร มิโซะมีเอนไซม์ช่วยย่อยอาหาร จึงช่วยกระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ และช่วยให้ดูดซึมอาหารได้ดียิ่งขึ้น
3. คืนโพรไบโอติกส์แก่ลำไส้ มิโซะอุดมด้วยโพรไบโอติกส์ หรือแบคทีเรียตัวดี ที่มีหน้าที่แย่งพื้นที่และป้องกันไม่ให้แบคทีเรียตัวร้ายเกาะผนังลำไส้ ช่วยคืนความสมดุลของลำไส้ และช่วยบรรเทาอาการท้องเดิน
4. อุดมด้วยสารแอนติออกซิแดนท์ ช่วยชะลอความเสื่อมของระบบย่อยอาหาร









ยำถั่วพูไข่ต้มยางมะตูม” เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ

"ประโยชน์ของถั่วพู"
การกินถั่วพูก็ยังมีกากใยอาหารมากทำให้ระบบขับถ่ายของเราเป็นไปอย่างปกติ ท้องไม่ผูก นอกจากนั้นแล้วหัวของถั่วพูก็สามารถนำไปตากแห้งแล้วคั่วไฟให้เหลืองนำมาชง เป็นน้ำดื่มชูกำลังสำหรับคนป่วยหรืออ่อนเพลียง่ายได้อีกด้วย
"คุณค่าทางอาหารของถั่วพู"
ถั่วพู 100 กรัม ให้พลังงาน 19 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย น้ำ 93.8 กรัม คาร์โบไฮเดรต 2.4 กรัม โปรตีน 2.1 กรัม ไขมัน 0.1 กรัม เส้นใย 1.2 กรัม แคลเซียม 5 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 43 มิลลิกรัม เหล็ก 0.5 มิลลิกรัม ไนอะซิน 0.8 มิลลิกรัม วิตามินบี1 0.35 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.14 มิลลิกรัม วิตามินซี 32 มิลลิกรัม
"สรรพคุณของถั่วพู"
* หัวใช้บำรุงร่างกาย แก้อ่อนเพลีย แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้ไข้กาฬ* ราก แก้โรคลมพิษกำเริบ ดีฟุ่ง ทำให้คลั่งเพ้อ ปวดท้อง ถั่วพูใช้รักษาสิวและโรคผิวหนังบางชนิด* ตำรายาโบราณว่า ให้นำเมล็ดถั่วพลูมาต้มโดยคัดเอาเฉพาะเมล็ดแก่สีน้ำตาลเข้มจะรับประทานเมล็ด ที่ต้มสุกเลยก็ได้ หรือนำเมล็ดที่ต้มสุกมาบดให้ละเอียดผสมน้ำสุกดื่มก่อนอาหาร 3 เวลา จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงเพิ่มกำลังวังชา

ไข่ต้ม สารพัดประโยชน์เพื่อสุขภาพ…..
อาหารมื้อเช้า คุณสาวๆ เลือกทานอะไรกันเอ่ย…? แซนวิส โอวัลติน ไข่ดาว หรือจะเป็นซีเรียลดีน๊า…!! ถ้าคิดไม่ออก ลองเมนูบ้านๆ แบบที่คุณสาวๆ ไม่ค่อยนึกถึงกันดูบ้างสิคะ กับนี่เลยค่ะ ไข่ต้ม อาหารเช้า แบบธรรมดาๆ แต่คุณภาพล้นจาน…..ไข่ต้ม เมนูอาหารที่ไม่ค่อยมีใครนึกถึง แต่ทราบกันมั้ยคะว่า ประโยชน์ของไข่ต้มนั้น มีมากกว่าที่คุณเห็น นอกจากจะให้โปรตีนสูงแล้ว ไข่ต้ม ฟองน้อยๆ ที่คุณเห็นนั้น ยังเปรี่ยมไปด้วย กรดอะมิโน ที่มีความจำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างมาก









แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย
รสชาติกลมกล่อมมันหวานเหมาะสำหรับคนธาตุดินรับประทานดียิ่งนัก
คุณค่าทางโภชนาการ
แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย 1 ชุด ให้พลังงานต่อร่างกาย 4308 กิโลแคลอรี

"สรรพคุณทางยา"
1. กระเทียม รสเผ็ดร้อน ขับลมในลำไส้ แก้ไอขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหารแก้โรคทางผิวหนัง น้ำมันกระเทียมมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัส ลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในหลอดเลือด
2. กระชาย รสเผ็ดร้อน แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม แก้บิดมีตัว ขับพยาธิตัวกลมและพยาธิเส้นด้ายในเด็กใช้แต่งกลิ่นสีรสอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ไม่มีพิษ
3. โหระพา ใบรสเผ็ดปร่าหอม แก้ท้องขึ้น อืดเฟ้อ แก้ลมวิงเวียน ช่วยย่อยอาหาร ขับลมในลำไส้ ขับเสมหะ
4. ใบและผิวมะกรูด รสปร่า กลิ่นหอมติดร้อน ใช้ปรุงอาหาร ช่วยดับกลิ่นคาว แก้โรคลักปิดลักเปิด ขับลมในลำไส้ ขับระดู แก้ลมจุกเสียด
5. หอมแดง รสเผ็ดร้อน แก้ไข้เพื่อเสมหะ บำรุงธาตุ แก้ไข้หวัด
6. ข่า รสเผ็ดร้อน แก้ไข้เพื่อเสมหะ บำรุงธาตุ แก้ไข้หวัด
7. ตะไคร้ทั้งต้น แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะ บำรุงธาตุ เจริญอาหาร และขับเหงื่อ
8. ยี่หร่า ใช้แต่งกลิ่นอาหารให้หอม ช่วยขับลม
9. พริกไทย รสเผ็ดร้อน ขับลม ขับเหงื่อ ช่วยเจริญอาหาร
10. รากและต้นผักชี ช่วยละลายเสมหะ แก้หัด ขับเหงื่อ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เจริญอาหาร
11. มะเขือพวง รสขมเฝื่อนเปรี้ยวเล็กน้อย แก้ไอ ช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ
12. มะเขือเปราะ รสขมเล็กน้อย กระตุ้นการทำงานของกระเพาะลำไส้
13. มะพร้าวขูด รสมันหวาน บำรุงกำลัง บำรุงเส้นเอ็น ใช้รักษาโรคกระดูก
14. พริกชี้ฟ้า รสเผ็ด ช่วยเจริญอาหาร ขับลม








เรียบเรียงข้อมูล :เจนนิเฟอร์ กล่อมแก้ว
ขอบคุณข้อมูลดีๆ :https://www.facebook.com/CKHealthyTips?fref=ts



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น